วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

คติคำสอนจากท่าน ว. วชิรเมธี

นัยอันล้ำลึกของคำว่า "ขอบคุณ"
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ




ว. วชิรเมธี


ธรรมะประจำใจ


เวลาเจองานหนัก 
ให้บอกตัวเองว่า  นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อม สู่ความเป็นมืออาชีพ

เวลาเจอปัญหาซับซ้อน 
ให้บอกตัวเองว่า  นี่คือบทเรียน ที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

เวลาเจอความทุกข์หนัก 
ให้บอกตัวเองว่า  นี่คือความฝึกหัด ที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

เวลาเจอนายจอมละเมียด 
ให้บอกตัวเองว่า  นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (perfectionist)

ธรรมะทางใจ






คิดบวก ชีวิตบวก

Positive Thinking, Positive Life
คติธรรมสำหรับการดำเนินชีวิต  

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)
วัดเบญจมบพิตรฯ กทม.

น่าอ่านนะ

คติธรรมประจำใจ


เพิ่มคำอธิบายภาพ





ผู้สร้างความดีไว้ในแหล่งหล้า บุญย่อมพาใจเพลินเจริญศรี


ย่อมเพลิดเพลินคราตายวายชีวี ทั้งโลกนี้โลกหน้าบุญพาเพลิน


ย่อมเพลิดเพลินว่าฉันสรรค์กุศล จึงได้ดลแดนสวรรค์น่าสรรเสริญ


ผลของบุญกูลเกื้อดีเหลือเกิน ให้จำเริญเพลินจิตนิรันดร์ ฯ


จากพระพรหมจริยาจารย์


คติธรรมประจำใจ


อย่าดูหมิ่นบุญกรรมจำนวนน้อย จะไม่ต้อยตามต้องสนองผล


แม้ตุ่มน้ำเปิดหงายรับสายชล ย่อมเต็มล้นด้วยอุทกที่ตกลง


อันนักปราชญ์สิ่งสมบ่มบุญบ่อย ทีละน้อยทำไปไม่ใหลหลง


ย่อมเต็มล้นด้วยบุญนั้นเป็นมั่นคง บุญย่อมส่งสู่สถานวิมานทอง




ที่มา หนังสือสวดมนต์ ทำวัตรเช้า-เย็นของพระภิกษุสามเณร และอุบาสกอุบาสิกา

วัดเจ้าพระยายมราช(วัดพะยอม)

การทำน้ำยาล้างจาน จากขี้เถ้า




มนุษย์กับเคมี เป็นสิ่งที่คู่กันมาตั้งแต่เกิด จะเป็นการดีมากที่จะหลีกหนีจากเคมี กลับไปสู่ธรรมชาติอีกครั้ง น้ำยาล้างจานก็เช่นกัน ถึงจะบอกว่าปลอดภัยซักเพียงไหนก็ตาม แต่อย่าลืมว่าก็ยังคงทำจากสารเคมีจึงยังคงมีโอกาสอันตรายจากการสะสมในส่วนต่างๆของร่างกาย

จากการทำน้ำยาล้างจานนี้อาศัยภูมิปัญญาจากโบราณ แต่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถใช้งานได้เทียบเท่าน้ำยาล้างจานชั้นนำ ปราศจากเชื้อโรค ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ไม่มีฟองทำให้ประหยัดน้ำและล้างออกง่าย
อีกประการหนึ่ง ขี้เถ้ามีอยู่อย่างมากมายในชีวิตประจำวันของชาวอีสานจึงเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย

เตรียมวัสดุ

1. ขี้เถ้า
2. น้ำเปล่า
3. น้ำมะนาวแท้
4. ผ้ากรอง / ตะแกรงกรองสิ่งสกปรก
5. กระดาษวัดค่า Ph

ขั้นตอนการทำ

1. ใช้น้ำ4ส่วน ผสมกับขี้เถ้า 1 ส่วนคนให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 วัน
2. ขี้เถ้าจะตกตะกอน ค่อยๆตักน้ำส่วนที่ใส เทใส่ผ้ากรอง
3. นำน้ำขี้เถ้าที่กรองแล้ว ผสมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ใช้กระดาษวัดค่า PH ให้ได้ค่าเป็น 7 (กระดาษจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง)

การใช้งาน

1. นำน้ำที่ผสมเสร็จแล้ว ไปล้างจานได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมน้ำอีก


การทดสอบ ได้ผ่านการตรวจฆ่าเชื้อโรคโดยทำสอบตามกระบวนการตรวจทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลา 7 วัน ปรากฏว่าไม่พบเชื้อโรคใดๆ และยังทำให้ภาชนะที่เป็นอลูมิเนียมหรือสแตนเลส เงางามสดใสได้อีกด้วย








คติธรรมท่าน ว.วชิรเมธี

นัยอันล้ำลึกของคำว่า "ขอบคุณ"



ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้


ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ


ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ


ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม


ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่


ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ


ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์


ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่


ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ


ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่


ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ


ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน


ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น


ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน


ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ






ว .วชิรเมธี